6 สัญญาณที่บอกว่าลูกสามารถเข้าห้องน้ำเองได้แล้ว

   6 สัญญาณที่บอกว่าลูกสามารถเข้าห้องน้ำเองได้แล้ว

เมื่อลูกน้อยเริ่มโตขึ้น ก็จะถึงช่วงหนึ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องฝึกในเรื่องของการเข้าห้องน้ำเอง และเลิกใช้ผ้าอ้อมสำเร็จรูป ซึ่งการฝึกนี้จะได้ผลดีหรือไม่นั้น ก็ต้องขึ้นอยู่กับความพร้อมของตัวเด็ก และการฝึกของคุณพ่อและคุณแม่ด้วย ถ้าหากว่าเขายังไม่พร้อมที่จะได้รับการฝึก แต่คุณไปบังคับหรือยังไม่เข้าใจเขาละก็ อาจจะเกิดเหตุการณ์ที่เจ้าตัวน้อยของเราไม่ยอมฝึกการใช้ห้องน้ำเองก็เป็นได้ แนะนำว่าไม่ต้องรีบร้อนค่ะ ค่อย ๆ สังเกตดูสิว่าลูกของคุณมีพฤติกรรม 6 อย่างนี้แล้วหรือยัง เพราะว่าสัญญาณเหล่านี้แหละที่สามารถบ่งบอกว่าลูกพร้อมที่จะได้ฝึกการใช้ห้องน้ำเองแล้ว

 

  1. เริ่มอยากรู้อยากเห็นเรื่องห้องน้ำ

เมื่อไรที่คุณพ่อคุณแม่เห็นว่า เจ้าตัวน้อยเริ่มสนใจและสังเกตพฤติกรรมการเข้าห้องน้ำของคนในครอบครัว นี่ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่สามารถบอกได้ว่า เขากำลังอยากรู้อยากเห็นว่าคนในครอบครัวเข้าไปทำอะไรกัน ซึ่งนั้นก็หมายถึงว่าเขาพร้อมที่จะเริ่มเรียนรู้แล้วน่ะสิ ฉะนั้นให้ลองหาโถส้วมสำหรับเด็กเล็ก ๆ มาให้เขาลองหัดใช้ก่อนก็ได้ค่ะ แล้วลองทำท่านั่งให้เขาดูเป็นตัวอย่าง เขาจะได้เรียนรู้จดจำท่าทางแล้วทำตามบ้าง

 

  1. ถอดกางเกงเองได้แล้ว

ถ้าเห็นว่าลูกรักของคุณสามารถถอดกางเกง หรือถอดผ้าอ้อมสำเร็จรูปที่สกปรกออกเองได้แล้ว ก็แสดงได้ว่าเขาพร้อมที่จะใช้ห้องน้ำได้ด้วยตัวเองแล้วล่ะ ถ้าอย่างนั้นก็อย่ามัวรอช้า รีบฝึกให้เจ้าตัวเล็กมานั่งโถส้วมเองเลยดีกว่า อาจจะต้องเหนื่อยหน่อย แต่เชื่อเถอะไม่นานเขาก็จะชินค่ะ

 

  1. ผ้าอ้อมแห้งสนิท

หากสังเกตว่าผ้าอ้อมสำเร็จรูปที่ใส่ให้ลูกนั้นแห้งสนิท จากปกติที่ผ้าอ้อมจะต้องเปียกบ้างอะไรบ้าง ถ้าเกิดว่าเปลี่ยนใหม่ผ่านไปเป็นชั่วโมงแล้วก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นบนผ้าอ้อมสักที หรือว่าเมื่อตื่นนอนในตอนเช้ามาก็ยังไม่มีอะไรออกมาเลย บอกได้เลยว่านี่แหละคือสัญญาณที่ลูกน้อยบอกว่าพร้อมที่จะฝึกใช้ส้วมเองแล้วล่ะค่ะ

 

  1. เริ่มขับถ่ายเป็นเวลา

ปกติการขับถ่ายของเด็กเป็นเรื่องที่คาดเดาได้ยากมากค่ะ แต่ถ้าเมื่อไรที่เริ่มสังเกตว่า แต่ลูกของเราเริ่มขับถ่ายเป็นเวลามากขึ้น แบบว่าสามารถคาดเดาได้เลยว่าพอถึงเวลานี้ลูกต้องขับถ่ายแน่นอน นั่นก็แสดงว่าลูกของคุณพร้อมจะโตไปอีกขั้น ด้วยการใช้ห้องน้ำด้วยตัวเองแล้ว

 

  1. งอแงเมื่อผ้าอ้อมสกปรก

เรียกได้ว่าเป็นสัญญาณที่สามารถบ่งบอกได้แบบชัดเจนมากเลยนะคะ เมื่อไรที่สังเกตได้ว่าลูกเริ่มร้องไห้งอแง หรือเริ่มอารมณ์เสียเวลาที่ผ้าอ้อมสกปรกหรือชื้นแฉะ หรือพยายามที่จะเอาผ้าอ้อมที่สกปรกออกเอง นั่นหมายความว่าเขาไม่ชอบวิธีการนี้แล้วแหละ ทางที่ดีให้มาเริ่มฝึกสอนให้เขาใช้ห้องน้ำ หรือว่าขับถ่ายและปัสสาวะด้วยตัวเองกันเลยดีกว่า บอกได้เลยว่าสัญญาณนี้บอกเราได้อย่างชัดเจนเลยว่าเขาพร้อมมาก !

 

  1. ให้ความสนใจกับสิ่งสกปรกที่ออกมา

ไม่ว่าจะเป็นปัสสาวะหรืออุจจาระของตัวเขาเอง หากเขาเริ่มให้ความสนใจ และทำเหมือนกับว่าอยากรู้อยากเห็นกับสิ่งที่ออกมา บอกได้เลยว่านี่ก็เป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่บอกว่า คุณควรที่จะฝึกให้เขาใช้ส้วมเองได้แล้วค่ะ แล้วก็จะต้องอธิบายเกี่ยวกับสิ่งที่เขาสังเกตเห็น แต่ก็อย่าไปบอกเขาว่ามันคือสิ่งสกปรกที่น่ารังเกียจนะคะ เพราะว่าคุณพ่อและคุณแม่ควรจะให้เด็กคิดบวกกับทุก ๆ สิ่งใหม่รอบตัวเขาจะดีกว่า

 

ว่าแล้วก็ลองไปสังเกตพฤติกรรมคุณลูกกันเลยดีกว่าค่ะ เมื่อไรก็ตามที่เขาเริ่มอยากจะฝึกเข้าห้องน้ำเองแล้ว คุณพ่อคุณแม่ก็จะเหนื่อยน้อยลง แถมยังได้รู้อีกนะว่าเขาเริ่มโตขึ้นอีกขั้นแล้ว

อยากเป็นตัวแทนขายเครื่องสำอางต้องทำอย่างไร

อยากเป็นตัวแทนขายเครื่องสำอางต้องทำอย่างไรสวัสดีครับทุกท่านเป็นอย่างไรกันบ้างครับกับเรื่องราวของการเป็นตัวแทนขายเครื่องสำอางด้วยรายได้ที่ดีแถมไม่ต้องลงทุนอะไรผมเองเชื่อว่าหลายคนอาจจะสนอยากที่จะทำลองเป็นตัวแทนขายเครื่องสำอางบ้างแต่ยังไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไรดังนั้นในบทความตอนนี้ผมเองจึงได้มีวิธีการเป็นตัวแทนขายเครื่องสำอางมาฝากกันครับ

สำหรับการเป็นตัวแทนขายสินค้าเครื่องสำอางนั้นวิธีที่ง่ายที่สุดก็คือการโทรศัพท์ไปยัง Call center ของเครื่องสำอางแบรนด์นั้นๆ หรือไม่ก็อาจจะเข้าไปยังเว็บไซต์ของแบรนด์เครื่องสำอางนั้นๆ โดยตรงโดยเขาเองจะมช่องให้กรอกสมัครเป็นตัวแทนขายเครื่องสำอาง จากนั้นก็จะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อมาเพื่อบอกรายละเอียดต่างๆ มีเอกสารมาให้เซ็นพร้อมกับอุปกรณ์การขายพวกแค็ตตาล็อก พวก tester เพียงแค่นี้เราเองก็พร้อมที่จะขาย พร้อมที่จะลุยได้แล้วครับ

มาถึงตรงนี้เชื่อว่าหลายคนอาจจะกลัวๆ กล้า ๆว่าเรานั้นจะขายไม่ได้เพราะไม่มีความสามารถในการขายซึ่งตรงนี้ไม่ใช่เรื่องที่น่าห่วงแต่อย่างใดครับเพราะเนื่องจากว่าเครื่องสำอางเหล่านี้เป็นเครื่องสำอางที่เป็นที่รู้จักกันดีในประเทสเราอยู่แล้วแถมทางเขาเองก็มีการโปรโมทโฆษณาทั้งในสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อโทรทัศน์และสื่อต่างๆ ดังนั้นเรื่องการขายไม่ใช่เรื่องยากครับขอเพียงแค่มีแค็ตตาล็อกที่มีสินค้าที่โฆษณาและมีราคาให้เขาแบบนี้ไม่ต้องพูดอะไรกันมาเลยครับแค่เปิดมาก็มีคนซื้อแล้วครับ

เห็นไหมล่ะครับว่าการขายนั้นไม่ใช่เรื่องยากเลยแต่สิ่งที่ยากที่สุขก็คือเราเองกล้าที่จะเริ่มหรือเปล่าเท่านั้นเอง

จะทำอย่างไรดีเมื่อธุรกิจร้านหนังสือออนไลน์ถึงจุดอิ่มตัว

จะทำอย่างไรดีเมื่อธุรกิจร้านหนังสือออนไลน์ถึงจุดอิ่มตัวสวัสดีครับทุกท่านสำหรับบทความในตอนนี้จะเป็นการพูดแบบสบายๆ กันบ้างดีกว่าครับเพราะเนื่องจากว่าผมเองได้พูดถึงเรื่องเกี่ยวกับเทคนิคและเรื่องสำคัญๆ ของร้านหนังสือออนไลน์กันแบบจริงๆ จังๆ ไปหลายตอนแล้วซึ่งผมเองกลัวว่าหลายท่านจะเบื่อเอาเสียก่อนดังนั้นในวันนี้จึงขอแบบชิลๆ บ้างก็แล้วกันโดยเรื่องที่เราจะมาคุยกันในวันนี้ก็คือเรื่องของการ “จะทำอย่างไรถ้าหากวันใดวันหนึ่งธุรกิจร้านหนังสือออนไลน์นั้นถึงจุดอิ่มตัว”

ถ้าสมมติว่าธุรกิจร้านหนังสือแบบวางแผงขายกันทั่วไปและร้านหนังสือออนไลน์ถึงจุดอิ่มตัวจริงๆ แล้วล่ะก็ผมเองเชื่อว่าสถานการณ์มันไม่น่าเป็นห่วงสักเท่าไหร่ครับเพราะผมเองคิดว่าผู้ประกอบการร้านหนังสือออนไลน์แทบจะทุกคนต่างต้องคิดถึงสถานการณ์เหล่านั้นเอาไว้ล่วงหน้าแล้วดังนั้นถ้าหากเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นจริงผมจึงมองว่าทุกคน “รับได้” ครับ

และถ้าถามผมว่าช่วงเวลาที่ธุรกิจร้านหนังสือออนไลน์อิ่มตัวนั้นมันใกล้จะมาถึงหรือยังผมเองบอกได้เลยครับว่าเวลาของมันใกล้เข้ามาทุกขณะแล้วครับยิ่งคนหันเฮโลมาทำธุรกิจร้านหนังสือออนไลน์มากเท่าไหร่ก็จะยิ่งทำให้มันถึงจุดที่อิ่มตัวเร็วขึ้นซึ่งจากกการคาดการณ์ของผมแล้วผมมองว่าไม่น่าเกิน 1-2 ปีนับจากนี้ก็จะถึงจุดอิ่มตัวโดยสมบูรณ์แบบและก็จะมีคนเป็นจำนวนมากที่ออกจากวงการนี้ด้วยการปล่อยร้านหนังสือออนไลน์ให้ทิ้งร้างไร้คนเหลียวแลและผู้ที่เหลืออยู่ก็จะคือตัวจริงในวงการธุรกิจร้านหนังสือออนไลน์นี้ต่อไปดังนั้นถ้าหากเราอยากเป็นตัวจริงจึงควรเริ่มต้นอย่างจริงจังตั้งแต่บัดนี้ครับ

ร้านหนังสือออนไลน์ดังได้ก็ดับได้

ร้านหนังสือออนไลน์ดังได้ก็ดับได้สวัสดีครับทุกท่านวันนี้ผมจะมาพูดถึงเรื่องของความไม่จีรังยั่งยืนของธุรกิจร้านหนังสือออนไลน์ครับเพราะเนื่องจากว่าหลายคนได้ยินชื่อเสียงและความโด่งดังของธุรกิจร้านหนังสือออนไลน์จึงทำให้คิดแต่เพียงว่าร้านหนังสือออนไลน์คงเป็นธุรกิจที่ดีไม่มีวันดับแต่ในความเป็นจริงแล้วนั้นมันได้ก็ดับได้ครับ

สาเหตุที่ผมพูดเช่นนี้ไม่ใช่เป้นการแข่งหรือมีอคติแต่อย่างใดกับร้านหนังสือออนไลน์หรอกนะครับเพราะในความเป็นจริงแล้วนั้นทุกธุรกิจก็ย่อมต้องถึงจุดที่ว่านี้ด้วยกันทั้งสิ้นครับ

หากใครที่เคยเรียนเรื่องของเศรษฐศาสตร์และการตลาดมาก็พอจะทราบดีถึงเรื่องของ circle หรือวัฐจักรของการตลาดนั้นก็คือุรกิจทุกธุรกิจเมื่อเริ่มแรกกราฟของมันจะค่อยๆ ทะยานขึ้นเรื่อยๆ ตามระยะเวลาที่เพิ่มขึ้นซึ่งในตอนแรกนั้นกราฟจะค่อยๆ ขึ้นอย่างรวดเร็วจนกระทั่งถึงจุดๆ หนึ่งมันจะหยุดนิ่งไม่ไหวติงไปไหนนั่นแหละครับสัญญาณแห่งการดับเริ่มมาแล้ว

จากนั้นกราฟที่หยุดนิ่งก็จะเริ่มมีการขยับอีกครั้งแต่คราวนี้แทนที่มันจะขยับเพิ่มขึ้นสูงเหมือนที่เคยเป็นมันกลับกลายเป็นการขยับแบบดิ่งลงเรื่อยๆ จนกระทั่งดิ่งจนถึงจุดที่ต่ำสุดมันจึงหยุดนิ่งอีกครั้งหนึ่งแลบะหลังจากนั้นมันจึงค่อยขยับปรับตัวขึ้นอกีครั้งนี่แหละครับวัฐจักรการตลาดที่ทุกธุรกิจล้วนแล้วแต่ต้องเผชิญหน้าด้วยกันทั้งสิ้น

ดังนั้นเราจึงไม่ควรต้องไปตกอกตกใจกับประโยคที่ผมพูดข้างต้นครับว่าธุรกิจหนังสือออนไลน์ดังได้เกิดได้ก็ดับได้เพราเป็นเรื่องปกติสู้เอาเวลาไปคิดต่อยอดว่าหากมันดับแล้วจะทำอย่างไรดีกว่าครับ

โครงการเก่าแลกใหม่สำหรับหนังสือนิยายมีหรือไม่

โครงการเก่าแลกใหม่สำหรับหนังสือนิยายมีหรือไม่

สวัสดีครับทุกท่านวันนี้ผมจะมาพูดถึงเรื่องของโครงการๆ หนึ่งที่บรรดาคอหนังสือนิยายต่างใฝ่ฝันอยากให้มีเกิดขึ้นจริงโดยพาะในยุคที่เศรษฐกิจข้าวยากหมากแพงเช่นนี้นั่นก็คือโครงการเก่าแลกใหม่สำหรับหนังสือนิยายไทย

เมื่อได้ยินชื่อของโครงการแล้วผมเองเชื่อเหลือเกินครับว่าหลายคนน่าจะพอเดาได้ว่ามันคือโครงการที่ให้คนที่มีหนังสือนิยานยเก่าที่ไม่ได้อ่านหรือไม่ได้ใช้แล้วมาแลกเปลี่ยนเป็นหนังสือนิยายใหม่มาอ่านแทนซึ่งผมเองมองดูแล้วก็คิดว่าน่าจะเป็นเรื่องที่ดีนะครับเพราะคนที่จะได้ประโยชน์สูงสุดจากโครงการนี้จริงๆ ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนหากแต่เป็นตัวเราที่เป็นนักอ่านหนังสือนิยายนั่นเอง

แต่ในความเป็นจริงแล้วนั้นผมว่าโครงการที่ว่านี้น่าจะไม่มีโอกาสได้ผุดได้เกิดหรือออกมาเป็นรูปร่างได้อย่างแน่นอนครับซึ่งถ้าหากว่าได้จริงก็ต้องเรียกว่าหืดขึ้นคอเลยล่ะเพราะเนื่องจากว่าคนที่เสียประโยชน์มากที่สุดในโครงการนี้ก็คือบรรดาผู้ผลิตหนังสือนิยายและสำนักพิมพ์ต่างๆ นั่นเองครับเพราะผมเชื่อว่าคงไม่มีสำนักพิมพ์ไหนใจดีเอาเงินมาพิมพ์หนังสือนิยายแจกจ่ายให้คนได้อ่านฟรีๆ โดยไม่ได้กำรี้กำไรหรอกครับ

ทางเดียวที่จะทำให้โครงการนั้นถือกำเนิดเกิดขึ้นมาได้จริงก็คือการอุดหนุน ส่งเสริมจากทางรัฐบาลครับเพราะหากรัฐบาลอัดฉีดเม็ดเงินสนับสนุนโครงการนี้โดยมองว่าเป็นการส่งเสริมการอ่านให้กับคนในชาติรับรองได้เลยครับว่าโครงการที่ว่านี้ย่อมเกิดขึ้นจริงและประสบความสำเร็จให้คนไทยมีหนังสือนิยายดีๆ ใหม่อ่านๆ กันอย่างแน่นอน

โอดีนสเฟียร์มาแรง

โอดีนสเฟียร์มาแรง

มาเกาะดิตกับตารางอันดับเกมขายดีในญี่ปุ่นจาก Media Create ผู้จัดอันดับเกมขายดีรายใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นกันดีกว่าว่าสัปดาห์ล่าสุดนี้เกมไหนที่มาแรงมากที่สุด และผลปรากฏว่าเกมคอนโซลแนวแอคชันอาร์พีจี “โอดีนสเฟียร์” ที่เป็นการนำเกมคอนโซลของเก่ามาปรับปรุงใหม่เพื่อลงขายในเครื่องเล่นเกมคอนโซล PS นั้นมาวินเป็นอันดับหนึ่งบนตาราง โดยสามารถทำยอดรวมกันทั้งหมด 3 เครื่องเฉียด 1 แสนชุดแล้วนั่นเอง

ทั้งนี้เกมคอนโซลโอดีนสเฟียร์เวอร์ชันที่ขายดีสุดก็เป็นของเครื่องเล่นเกมคอนโซล เพลย์สเตชัน วีตา ต่อด้วเครื่องเล่นเกมคอนโซล ยเพลย์สเตชัน 4 ไล่มาแบบฉิวเฉียด ขณะที่เครื่องเล่นเกมคอนโซล เพลย์สเตชัน 3 นั้นกระแสโรยราลงไปอย่างเห็นได้ชัด และอีกหนึ่งผลงานที่เปิดตัวได้อย่างงดงามในสัปดาห์ที่ผ่านมาในสิบอับดับแรกได้คือเกมดวลการ์ด “แวนการ์ด” ภาคใหม่บน 3DS เก็บไปมากกว่าสองหมื่นชุด ส่วนอันดับเกมขายดีอื่นๆบนตาราง เป็นดังนี้
1. (ใหม่) [PSV] Odin Sphere Leifthrasir (Atlus) 43,394
2. (ใหม่) [PS4] Odin Sphere Leifthrasir (Atlus) 42,263
3. (1) [3DS] Monster Hunter X (Capcom) 36,700 / 2,623,786
4. (ใหม่) [3DS] Cardfight!! Vanguard G Stride to Victory!! (FuRyu) 20,992
5. (2) [3DS] Monster Strike (Mixi) 19,576 / 757,807
6. (3) [WiiU] Splatoon (Nintendo) 18,455 / 1,201,389
7. (6) [3DS] Yo-kai Watch Busters Aka Neko dan / Shiroi Inu tai (Level-5) 14,716 / 2,161,824
8. (4) [WiiU] Super Mario Maker (Nintendo) 14,342 / 767,081
9. (5) [PSV] Minecraft: PlayStation Vita Edition (SCE) 13,182 / 621,061
10. (ใหม่) [PS3] Odin Sphere Leifthrasir (Atlus) 9,771

ที่นี้ก็มารอดูว่าอันดับเหล่านี้จะมีการเปลี่นยนแปลงหรือไม่ในอาทิตย์หน้าซึ่งจะมีเกมใหม่ในสัปดาห์นี้ที่เห็นยอดขายนั่นเอง

แหล่งรวบรวมฟิกเกอร์จากอเมริกา

แหล่งรวบรวมฟิกเกอร์จากอเมริกา

เมื่อพูดถึงฟิกเกอร์แล้ว เรามักจะนึกถึงประเทศผู้ผลิตอย่างญี่ปุ่นกันเป็นส่วนมาก ซึ่งบางครั้ง ฟิกเกอร์จากอเมริกาก็น่าสนใจไม่แพ้กัน ดังนั้นเพื่อให้เหล่านักสะสมฟิกเกอร์ได้เห็นถึงความหลากหลาย และแปลกใหม่ เราจึงจะพาทุกคนไปรู้จักกับแหล่งสะสมฟิกเกอร์จากอเมริกา ซึ่งนั่นก็คือร้าน USA TOYSHOP TOY CONNECT  เป็นร้านที่ให้บริการของเล่นจากประเทศอเมริกา เช่น ของเล่นจากร้าน McDonald’s และ ร้านอาหารเชน Shokugan ซ่งของเล่นแจกฟรีนั้น มักจะมีขนมและอาหารบรรจุอยู่ด้วย แม้กระทั้งฟิกเกอร์แนวแอคชั่นหรือแนวน่ารักๆก็มีเช่นกัน ทำให้นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวที่ญี่ปุ่น ลืมไปเลยว่าตอนนี้มาเที่ยวญี่ปุ่น เพราะเมื่อได้เข้ามาภายในร้านนี้แล้ว ที่ถูกตกแต่งร้านสไตล์อเมริกา เมื่อย่างก้าวเข้าไปในร้าน จะพบกับความรู้สึกเหมือนตอนนี้ คุณอยู่ที่อเมริกาเลยทีเดียว  เพราะเมื่อได้เข้ามาในร้าน คุณก็จะได้พบกับ Star Wars รุ่น R2D2 และตัวละเอกของ Kick-Ass และ Hit-Girl เป็นการ์ตูนที่โด่งดังมากในประเทศอเมริกา และเมื่อเดินมาถึงมุมของเล่นต่างๆ ก็จะพบกับการ์ตูนจากค่าย Marvel และ DC  และจุดเด่นก็คือฟิกเกอร์ที่มาจากโรงงาน Cornerstones  และสิ่งที่ทำให้เหล่านักสะสมสนใจที่นี่ก็คือ จะมีการขายฟิกเกอร์ของภาพยนตร์ก่อนที่จะมีการฉายในโรงภาพยนตร์นั่นเอง ทำให้เหล่านักสะสมต้องรีบมาซื้อ มาจับจองกันไว้ และที่สำคัญภายในร้าน USA TOYSHOP TOY CONNECT  นี้ ยังเป็นร้านที่มีฟิกเกอร์มากกว่าหนังสือการ์ตูนอีกด้วย เรียกได้ว่า  เป็นสวรรค์ของฟิกเกอร์จากอเมริกาเลยทีเดียว